คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโครงการอบรมสัมมนาผู้ประกอบการด้านม้า ในหัวข้อ “โรคกาฬโรคแอฟริกันในม้า (African Horse sickness)”

Monday, 03 August 2020 00:50 vet ข่าว - ข่าวด้านบริการวิชาการสู่สังคม
Print

     เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2563  เวลา 9.00-12.00 น. ณ ห้องราชสีห์ ชั้น 1 อาคารพิเชฏฐ์ เหลืองทองคำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ผศ.สพ.ญ.สุพรรณิกา พุทธชาลี อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาศัลยศาสตร์ ได้ร่วมกับคณะอนุกรรมการวิชาการด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคกาฬโรคแอฟริกันในม้า สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดโครงการอบรมสัมมนาผู้ประกอบการด้านม้าภายใต้หัวข้อ “โรคกาฬโรคแอฟริกันในม้า (African Horse sickness)” ซึ่งโรคนี้ ถือว่าเป็นโรคระบาดร้ายแรงในสัตว์ตระกูลม้าและได้ถูกระบุไว้ในพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 รวมถึงยังต้องรายงานโรคระบาดต่อทางองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE)  และเนื่องจากความรุนแรงของโรคนี้ได้ทำให้เกิดการสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจในวงการม้ากีฬาอย่างกว้างขวาง เพราะต้องงดการขนส่งเคลื่อนย้ายและจัดกิจกรรมต่างๆ ทำให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้เลี้ยงม้า ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งในจังหวัดขอนแก่นถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีผู้ประกอบการเลี้ยงม้าเพื่อการแข่งขันวิ่งทางเรียบเป็นจำนวนมากรองจากจังหวัดนครราชสีมา จุดประสงค์ในการจัดอบรมสัมมนาในครั้งนี้เพื่อเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับโรค และการควบคุมป้องกัน การวางแผนงานที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคตเพื่อกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับม้าเพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างปกติ รวมถึงตอบข้อซักถามต่างๆจากกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคนี้ร่วมกับวิทยากร ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ทางคณะได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านม้าและด้านระบาดวิทยา จำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วย สพ.ญ.ดร.ศิรยา ชื่นกำไร ผศ.สพ.ญ.สุวิชา เกษมสุวรรณ และ อ.สพ.ญ.ดร.วราภรณ์ พิมพ์ประไพ ซึ่งทั้ง 3 ท่านเป็นคณะอนุกรรมการวิชาการด้านการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคกาฬโรคแอฟริกันในม้า โดยโครงการครั้งนี้ รศ.น.สพ.ดร.ชูชาติ กมลเลิศ คณบดี  ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับวิทยากรและผู้ประกอบการ รวมถึงกล่าวเปิดโครงการอบรมสัมมนา อนึ่ง โครงการอบรมในครั้งนี้ได้มีผู้ประกอบการรวมถึงเกษตรการด้านม้าแข่งในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ เป็นจำนวนกว่า 40 คน

Last Updated on Monday, 03 August 2020 00:51