ขั้นตอนการใช้งาน

  Flask

volumetric  apparatuses ...  
Group 16     Veterrinary  Medicine   Khon kane  University   
วิธีการใช้ขวดวัดปริมาตร
     1.คำนวณความเข้มข้นของสาร
ในกรณีที่สารเป็นของเหลว ว่าเราต้องปิเปตต์สารละลายไปยังขวดวัด ปริมาตร
ด้วยปริมาตรเท่าใด ส่วนในกรณีที่ สารเป็นของแข็ง เราต้องคำนวณว่าเราต้องชั่งสารไปยัง ขวดวัดปริมาตร
ด้วยปริมาณเท่าใด
     2.ในกรณีที่สารเป็นของเหลว ปิเปตต์สารละลายไปยังบิวเรตต์
แต่ถ้าเป็นสารละลายกรดต้องเติมน้ำกลั่น ลงในบิวเรตต์ก่อน
แล้วจึงปิเปตต์สารละลายกรดลงไปในบิวเรตต์
ส่วนในกรณีที่สารเป็นของแข็ง ให้ละลายสารด้วย
ตัวทำละลายในบีกเกอร์
แล้วเทสารละลายลงไปยังขวดวัดปริมาตร โดยให้ก้านกรวยหรือปลายปิเปตต์อยู่ต่ำกว่า ขีดบอกปริมาตร
     3.ละลายสารในขวดวัดปริมาตรให้มี ปริมาตร3/4ของขวด
ปิดจุกขวดแล้วหมุนขวดปริมาตรด้วยข้อมือ
(ในกรณีที่สารเป็นของแข็ง)
หรือให้สารผสมเป็นเนื้อเดียวกัน
(ในกรณีที่สารเป็นของเหลว)
ควรจับที่คอขวดวัดปริมาตร
อย่าจับที่ตัวขวดวัดปริมาตร เพราะจะทำให้สารละลายอุ่นขึ้นเนื่องจาก ความร้อนในมือ
     4.เติมตัวทำละลายลงในขวดปริมาตรจน ส่วนโค้งเว้าต่ำสุด ของสารละลายอยู่ต่ำกว่าขีดบอกปริมาตร
     5.เติมตัวทำละลายจนส่วนโค้งเว้าต่ำสุดอยู่ ตรงกับ
ขีดกำหนดปริมาตร
โดยใช้หลอดหยดหรือปิเปตต์
การอ่านปริมาตรต้องให้ระดับสายตาอยู่ใน ระดับเดียวกัน
กับขีดบอกปริมาตร
เพื่อป้องกันการอ่านปริมาตรผิด
     6.ปิดจุกขวดปริมาตรแล้วคว่ำขวดจากบน ลงล่าง
จากนั้นเปิดจุกตั้งทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาที
เพื่อไล่ฟองอากาศภายในขวดวัดปริมาตร ออกไป
ทำแบบนี้ 2-3 ครั้ง
เพื่อให้สารละลายผสมเป็นเนื้อเดียวกัน
และมีเนื้อสารเท่าเทียมกันทุกส่วน

ข้อควรระวัง
- ขณะทำการทดลอง ควรจับที่คอขวดวัดปริมาตร อย่าจับที่ตัวขวดวัดปริมาตรเพราะจะทำให้สารละลายอุ่นขึ้น เนื่องจากความร้อนจากมือ
- เมื่อปล่อยสารละลายออกจากบิวเรตต์จนสารละลายลดลง
ถึงขีดบอกปริมาตรสุดท้ายของบิวเรตต์นั้น ๆ ต้องรีบปิดบิวเรตต์ทันทีหากปล่อยให้สารละลายเลยขีดบอกปริมาตรสุดท้ายลงมา จะไม่ทราบปริมาตรที่แน่นอนของสารละลายที่ผ่านบิวเรตต์ลงมา